วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

อยู่กันด้วยความรัก ธรรมะพระพรหมมังคลาจารย์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


อยู่กันด้วยความรัก ธรรมะพระพรหมมังคลาจารย์  
หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ



คนอ่อนโยนสามารถเข้าถึงคนได้ทุกเหล่า

และนำคนแข็งกระด้างมาใช้ได้

แต่คนแข็งกระด้าง  ไม่สามารถนำคนอ่อนโยนมาใช้ได้เลย

มนุษย์เราต้องทำหน้าที่แผ่เมตตาให้คนอื่นมีสุข

เพราะตัวเราก็ยังต้องการอย่างนั้น

จึงควรทำในสิ่งที่เราปรารถนานั้นให้ต่อผู้อื่นบ้าง

ถ้าเรารักและปรารถนาดีต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ

เขาก็จะรักและปรารถนาดีต่อเรา และไม่เกลียดเรา

แต่ถ้าเราแสดงความเกลียดต่อเขา  ผลก็คือเขาเกลียดตอบเรานั่นเอง


พระพรหมมังคลาจารย์ : หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


อยู่กันด้วยความรัก

     ในทางพระพุทธศาสนานั้น  พระพุทธเจ้าสอนให้เราถือว่า   สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วม

ทุกข์  เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น   คือคิดว่า  ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขความ

เจริญ  งดเว้นจากการคิดเบียดเบียนกัน  ริษยากัน พยาบาทอาฆาตจองเวรกัน  ไม่มีอารมณ์เกลียด  ไม่มี

อารมณ์ชังต่อสิ่งใดๆ  ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนดี  หรือว่าจะเป็นคนเสีย  ถ้าเป็นคนดี...เราก็ดีใจกับเขา   ถ้า

เป็นคนเสีย...เราก็เสียใจกับเขา   แล้วเราตั้งใจไว้ว่า  ขอให้เขาดีเสียเถิด  ขออย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย  ขอ

ให้พ้นจากความชั่วในชีวิตประจำวัน


     เราอย่าไปโกรธเขา  เราอย่าไปเกลียดเขา  ให้นึกถึงอกเขาอกเราว่าเราต้องการความสุขอย่าง

ใด  เขาก็ต้องการความสุขอย่างนั้น  เราเกลียดความทุกข์อย่างใด  เขาก็เกลียดความทุกข์อย่างนั้น  สิ่ง

ใดเราไม่ชอบ  สิ่งนั้นเขาก็ไม่ชอบเหมือนกัน


     เวลาเราพบใคร  ก็ควรนึกว่า   ขอให้คุณเป็นสุขๆ   ขอให้คุณปราศจากความทุกข์ความเดือดร้อน

 ขอให้คุณมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตในการงาน  เพียงแต่เราคิดเท่านั้น...เราก็สบายใจแล้ว  เพราะเป็น

ความคิดที่แผ่เมตตาปรารถนาดีต่อเขา


    ถ้าเราคิดให้คนอื่นสบาย...เราก็สบาย  ถ้าเราคิดให้คนอื่นเดือดร้อน...เราก็มีทุกข์เดือดร้อน

ลองพิจารณาดูตัวท่านเอง  ขณะใดที่ท่านเกลียดคนอื่น  โกรธคนอื่น  ท่านคิดพยาบาทคนอื่น  ท่านมี

ความริษยาต่อคนอื่่น  ความรู้สึกในใจของท่านเป็นอย่างไร  ท่านก็จะรู้ได้ด้วยตนเอง  ว่าใจของท่านร้อน

ใจของท่านมืดมัว  ใจของท่านวุ่นวาย  ไม่มีความสงบเกิดขึ้น  เราไม่ควรจะคิดอะไร  พูดอะไร  ทำอะไร

 ที่ิเป็นไปในทางเหี้ยมโหด  ดุร้าย  แต่ควรจะคิด  พูด  ทำ  แต่ในทางที่เป็นคุณประโยชน์แก่ชีวิต

ของเรา  ของผู้อื่นอย่างแท้จริง


     ความรักมีความมุ่งหมายอย่างนี้  เราทั้งหลายจึงควรจะ  "อยู่กันด้วยความรัก"  เลิกโกรธ 

 เลิกเกลียด  เลิกอาฆาตพยาบาทจองเวรแก่กันและกัน


    ถ้าหากว่าเรามีเรื่องผิดพ้องหมองใจกันกับใครๆ อยู่บ้าง  เราก็เลิกจากสิ่งนั้น   เี่รามาคิดสอน

ตัวเองว่าตั้งแต่โกรธเขา  พยาบาทจองเวรเขา  มันมีอะไรดีขึ้นในชีวิตของเราบ้้าง  ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย

แม้แต่น้อย  แต่ว่าเราต้องมีความทุกข์ทางจิตใจ  ต้องหวาดระแวงภัยตลอดเวลา  เพราะกลัวว่าคนนั้นจะ

มาทำร้ายเรา  จะมาเบียดเบียนเรา  จะมาสร้างความทุกข์ความเดือดร้อนให้แก่เรา  การเป็นอยู่ในรูปอย่าง

นั้น  มันจะมีความสุขที่ตรงไหน?...ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย  เพราะเป็นความคิดที่เบียดเบียน  ตรงกัน

ข้าม  ถ้าเราไม่คิดเบียดเบียนใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน  เราก็มีความสุขความสบาย

ตามพระพุทธภาษิตที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า...

     อัพพะยา  ปัชฌัง  สุขัง  โลเก 

     การไม่เบียดเบียนกันเป็นความสุขในโลก  


     การไม่เบียดเบียนกัน  ก็ต้องมีความรักกัน  มีความเมตตากัน  ความรักที่เป็นพื้นฐานของ

ชีวิตนั้น  เราจะรักอะไร?...เราก็ควรจะรักพระพุทธเจ้า  รักพระธรรม  รักพระสงฆ์ให้มาก


     เราเอาความรักแบบธรรมดามาคิดก็แล้วกัน  เหมือนกับชายหนุ่มมีความรักต่อหญิงสาว  เขาทำ

อย่างไร?...เขาคิดถึงผู้นั้นบ่อยๆ  กินก็คิดถึง  นอนก็คิดถึง  ทำอะไรก็คิดถึง  ฉันใด   เรารักพระพุทธเจ้า

เราก็รักพระธรรม  เราก็รักพระสงฆ์  เราก็คิดถึงพระองค์บ่อยๆ   คิดถึงพระพุทธเจ้า  คิดถึงพระธรรม  คิดถึง

พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น